วันอังคารที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2563

สรุป วิจัย

           การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบ B-R-A-I-N เพื่อส่งเสริมความสามารถทางการคิดวิจารณญาณของเด็กปฐมวัย
   
ปริญญานิพนธ์ ของ กิตติศักดิ เกตุนุติ   เสนอต่อบัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของการศึกษา ตามหลักสูตรปริญญาการศึกษาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาการศึกษาปฐมวัย กุมภาพันธ์2557

ความมุ่งหมายของการวิจัย
 ในการวิจัยนี้ผู้วิจัยได้ตั้งจุดมุ่งหมายไว้คือ
 1. เพื่อสร้างและพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบ B-R-A-I-N เพื่อส่งเสริมความสามารถ ทางการคิดวิจารณญาณของเด็กปฐมวัย
 2. เพื่อศึกษาประสิทธิผลของรูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบ B-R-A-I-N เพื่อส่งเสริมความ สามารถทางการคิดวิจารณญาณของเด็กปฐมวัย
 ความสําคัญของการวิจัย
 ผลที่ได้จากการวิจัยครั้งนี้ทําให้ได้รูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบ B-R-A-I-N เพื่อส่งเสริมความ สามารถทางการคิดวิจารณญาณของเด็กปฐมวัย ที่นํามาใช้เป็นแนวทางในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ อย่างเป็นขั้นตอนในชั้นเรียน และเป็นอีกทางเลือกหนึ่งของครูที่จะนําไปใช้เพื่อส่งเสริมความสามารถ ทางการคิดวิจารณญาณของเด็กปฐมวัย
 ขอบเขตของการวิจัย
การวิจัยครั้งนี้เป็นการพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบ B-R-A-I-N เพื่อส่งเสริมความ สามารถทางการคิดวิจารณญาณของเด็กปฐมวัย มีขอบเขตการวิจัยดังนี้
 ประชากรที่ใช้ในการวิจัย
 1. ผู้เชี่ยวชาญด้านการศึกษาปฐมวัย โดยมีคุณสมบัติดังนี้
1.1 ครูปฐมวัยที่มีประสบการณ์ในการจัดการเรียนรู้สําหรับเด็กปฐมวัยเป็นเวลาไม่ น้อยกว่า 10 ปี
 1.2 นักวิชาการด้านการศึกษาปฐมวัยที่มีประสบการณ์การทํางานกับเด็กปฐมวัย เป็นเวลาไม่น้อยกว่า 10 ปี 2. เด็กปฐมวัยอายุ 5-6 ปี ที่กําลังเรียนชั้นอนุบาลศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนในสังกัดสํานักงาน เขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาขอนแก่น เขต 3 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2555 3. ครูปฐมวัยที่ปฏิบัติงานสอนในระดับชั้นอนุบาลศึกษาปีที่ 2โรงเรียนในสังกัดสํานักงาน เขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาขอนแก่น เขต 3 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2555และสนใจนํารูปแบบ การจัดการเรียนรู้แบบ B-R-A-I-N ไปใช้
กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย
 1. ผู้เชี่ยวชาญด้านการศึกษาปฐมวัย ที่ผู้วิจัยเลือกแบบเจาะจง (Purposive Sampling) ประกอบด้วย
 1.1 ผู้เชี่ยวชาญตรวจรูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบ B-R-A-I-N เพื่อส่งเสริมความ สามารถทางการคิดวิจารณญาณของเด็กปฐมวัย จํานวน 5 คน 
 1.2 ผู้เชี่ยวชาญตรวจแผนการจัดประสบการณ์ตามรูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบ B-R-A-I-N เพื่อส่งเสริมความสามารถทางการคิดวิจารณญาณของเด็กปฐมวัย จํานวน 5 คน
1.3 ผู้เชี่ยวชาญตรวจแบบทดสอบความสามารถทางการคิดวิจารณญาณของเด็ก ปฐมวัย จํานวน 5 คน
 2. เด็กปฐมวัยอายุ 5-6 ปี ชั้นอนุบาลศึกษาปีที่ 2 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2555 ที่ ผู้วิจัยเลือกแบบเจาะจง (Purposive Sampling) แบ่งเป็นกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุมจํานวน 40 คน ดังนี้
 2.1 กลุ่มทดลอง คือ เด็กปฐมวัยโรงเรียนบ้านหนองกุงโนนทัน สังกัดสํานักงาน เขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาขอนแก่น เขต 3 จํานวน 20 คน
2.2 กลุ่มควบคุม คือ เด็กปฐมวัยโรงเรียนบ้านกระหนวนดอนดั่ง สังกัดสํานักงาน เขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาขอนแก่น เขต 3 จํานวน 20 คน
 3. ครูปฐมวัยที่ปฏิบัติงานสอนในชั้นอนุบาลศึกษาปีที่ 2 ของโรงเรียนในสังกัดสํานักงาน เขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาขอนแก่น เขต 3 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2555 จํานวน 8 คน ได้แก่ โรงเรียนบ้านหนองวัดป่ า โรงเรียนบ้านชาดศรีสมบูรณ์โรงเรียนบ้านหนองแวงตอตั้ง โรงเรียนบ้าน กระหนวนดอนดั่ง โรงเรียนบ้านหนองแวงน้อย โรงเรียนบ้านปอแดง โรงเรียนบ้านหินแร่และโรงเรียน บ้านศุภชัย
ระยะเวลาในการวิจัย
 1. ระยะเวลาในการสร้างรูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบ B-R-A-I-N เริ่มในภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2553
 2. ระยะเวลาในการศึกษาประสิทธิผลรูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบ B-A-R-I-N คือ ทํา การทดลองในภาคเรียนที่ 2 ของปีการศึกษา 2555 โดยระยะเวลาในการทดลอง 7 สัปดาห์สัปดาห์ละ 5 วัน
 ตัวแปรที่ศึกษา
 1. ตัวแปรอิสระ ได้แก่ 1.1 รูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบ B-R-A-I-N 1.2 รูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบปกติ 2. ตัวแปรตาม ได้แก่ ความสามารถทางการคิดวิจารณญาณของเด็กปฐมวัย
นิยามศัพท์เฉพาะ
  1. การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้หมายถึง กระบวนการสร้างรูปแบบการจัดการ เรียนรู้แบบ B-R-A-I-N เพื่อส่งเสริมความสามารถทางการคิดวิจารณญาณของเด็กปฐมวัย และนํามา ทดสอบประสิทธิผลโดยการทดลองสอน รวมทั้งขยายผลให้ครูปฐมวัยนําไปใช้กระบวนการดังกล่าว มีรายละเอียด ดังนี้ 
1.1 การสร้างรูปแบบการจัดการเรียนรู้หมายถึง การสังเคราะห์รูปแบบการจัดการเรียนรู้ แบบ B-R-A-I-N จากการศึกษาเอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง และประเมินรูปแบบการจัดการเรียนรู้ โดยผู้เชี่ยวชาญ เพื่อนํามาสร้างเครื่องมือประกอบการใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้ได้แก่แผนการจัด ประสบการณ์และแบบทดสอบความสามารถทางการคิดวิจารณญาณของเด็กปฐมวัย แล้วนําไปทดลอง ใช้และปรับปรุงให้มีความสมบูรณ์ยิ่งขึ้นก่อนนําไปใช้จริง เกณฑ์การสร้างรูปแบบการจัดการเรียนรู้คือ ผู้เชี่ยวชาญประเมินว่ารูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบ B-R-A-I-N มีความเหมาะสมในการนําไปใช้จัด กิจกรรมการเรียนรู้เพื่อส่งเสริมความสามารถทางการคิดวิจารณญาณของเด็กปฐมวัย
 1.2 การทดสอบประสิทธิผลของรูปแบบการจัดการเรียนรู้หมายถึง การนํารูปแบบการ จัดการเรียนรู้แบบ B-R-A-I-N ไปทดลองสอนกับเด็กปฐมวัยที่มีอายุระหว่าง 5-6 ปีเกณฑ์การ ทดสอบประสิทธิผลของรูปแบบการจัดการเรียนรู้คือ เด็กปฐมวัยมีความสามารถทางการคิด วิจารณญาณเพิ่มขึ้นหลังจากได้รับการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ตามแนวคิดของรูปแบบการจัดการ เรียนรู้แบบ B-R-A-I-N
 1.3 การขยายผลรูปแบบการจัดการเรียนรู้หมายถึง การนํารูปแบบการจัดการเรียนรู้ แบบ B-R-A-I-N ไปให้ครูปฐมวัยที่ปฏิบัติงานสอนในชั้นอนุบาลศึกษาปีที่ 2 ใช้จัดการเรียนรู้กับเด็ก ปฐมวัย โดยเกณฑ์การขยายผลรูปแบบการจัดการเรียนรู้คือ ครูปฐมวัยประเมินว่ารูปแบบการ จัดการเรียนรู้แบบ B-R-A-I-N มีความเหมาะสมในการนําไปใช้จัดกิจกรรมการเรียนรู้เพื่อส่งเสริม ความสามารถทางการคิดวิจารณญาณของเด็กปฐมวัย
สมมติฐานในการวิจัย
 1. คะแนนเฉลี่ยความสามารถทางการคิดวิจารณญาณของเด็กปฐมวัยกลุ่มทดลอง หลังได้รับ การจัดประสบการณ์โดยใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบ B-R-A-I-N สูงขึ้นกว่าคะแนนเฉลี่ยความ สามารถทางการคิดวิจารณญาณก่อนการทดลอง
 2. คะแนนเฉลี่ยความสามารถทางการคิดวิจารณญาณของเด็กปฐมวัยกลุ่มทดลอง หลังได้ รับการจัดประสบการณ์โดยใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบ B-R-A-I-N สูงขึ้นกว่าคะแนนเฉลี่ยความ สามารถทางการคิดวิจารณญาณของกลุ่มควบคุม 
ผลการวิจัยสรุปได้ดังนี้
 1. รูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบ B-R-A-I-N ประกอบด้วย ความเป็นมาและความ สําคัญ ทฤษฎีและแนวคิดพื้นฐาน หลักการ วัตถุประสงค์กลุ่มเป้ าหมาย เนื้อหา การจัดกระบวนการเรียนรู้ ระยะเวลา บรรยากาศและสภาพแวดล้อม การประเมินผลการเรียนรู้และการนํารูปแบบไปใช้โดย รูปแบบการจัดการเรียนรู้ที่พัฒนาขึ้นมีการจัดกระบวนการเรียนรู้5 ขั้นตอน คือ
1) ขั้นปลุกสมอง (Boosting = B)
 2) ขั้นระบุและเชื่อมโยง (Remarking and Relating = R)
 3) ขั้นค้นหาคําตอบ (Acquiring = A)
 4) ขั้น ส รุป ผ ล (Inferring = I) 
5) ขั้น นํ าเส น อ ผ ล (Notifying = N) ซึ่งผู้เชี่ยวชาญ จํานวน 5 คน ประเมินให้มีค่าความเหมาะสมอยู่ในระดับมาก มีค่าเฉลี่ยรวมเท่ากับ 4.46 และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 0.18
2. การศึกษาประสิทธิผลของรูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบ B-R-A-I-N
2.1 เด็กปฐมวัยที่เรียนรู้ด้วยรูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบ B-R-A-I-N มีความสามารถ ทางการคิดวิจารณญาณสูงกว่าก่อนเรียน อย่างมีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ .01
 2.2 เด็กปฐมวัยที่เรียนรู้ด้วยรูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบ B-R-A-I-N มีความสามารถ ทางการคิดวิจารณญาณสูงกว่าเด็กปฐมวัยที่เรียนรู้ด้วยรูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบปกติ อย่างมี นัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ .01
3. ครูปฐมวัยที่ใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบ B-R-A-I-N ประเมินความเหมาะสมของ รูปแบบที่พัฒนาขึ้น พบว่า มีความเหมาะสมในระดับมาก มีค่าเฉลี่ยรวมเท่ากับ 4.26 และส่วน เบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 0.16

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น